ชวนส่องเป้าหมาย Thai NDC 3.0 ใน COP 30 : กระแสธุรกิจประเทศไทยจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต?
- Jan 16
- 2 min read
NDC คืออะไร?
NDC (Nationally Determined Contribution) หรือแปลเป็นไทยตรงตัวว่า “การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด” กล่าวง่าย ๆ ก็คือ “คำสัญญาแบบจริงจัง” ที่แต่ละประเทศผู้เข้าร่วมต้องประกาศต่อองค์การสหประชาชาติ (UNFCCC) ว่ามีเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกเท่าไหร่ ภายในช่วงเวลาไหน และมีแผนอย่างไรบ้าง โดยมีจุดประสงค์ทำเพื่อให้ทุกคนช่วยกันควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 1.5°C ตาม ข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) อย่างเป็นรูปธรรม
พัฒนาการ NDC ของประเทศไทย
ประเทศไทยมีการประกาศเป้าหมาย NDC มาแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเพิ่งเกิดไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานี้ ณ ที่ประชุม COP 30 เมืองเบเล็ง สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล
NDC 1.0 : ประกาศลดก๊าซเทียบกับ BAU
ในปี 2015 ไทยได้เริ่มประกาศว่าจะ “ลดก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อย 20–25% ภายในปี 2030 เทียบกับ BAU (Business-as-Usual)” แล้ว BAU คืออะไร?
BAU หรือ การดำเนินงานตามปกติของธุรกิจ ก็คือ “สถานการณ์สมมติ” ที่ประเทศคิดขึ้นเองว่าถ้าเราใช้ชีวิตกันแบบเดิม ๆ ไม่ลดการปล่อยก๊าซ ไม่รักษ์โลก ไม่ปรับอะไรเลย ประเทศจะปล่อยก๊าซออกมาเยอะแค่ไหน BAU จึงเป็นเส้นกราฟการปล่อยก๊าซที่พุ่งขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละปี อารมณ์เหมือนเรา ๆ ตอนกระหน่ำใช้เงินต้นเดือนโดยไม่คิดถึงอนาคต ดังนั้นเวลาบอกว่า “ลดก๊าซเทียบกับ BAU” จึงคล้ายกับบอกว่า
“โห! ประเทศน่าจะปล่อยก๊าซเยอะประมาณนี้ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย งั้นเรามาช่วยกันลดการปล่อยลงสักหน่อยดีกว่า อย่างน้อยก็จะได้ปล่อยไม่ถึงกับที่ประมาณไว้”
จุดเด่นของ NDC 1.0 จึงเป็นการตั้งเป้าเชิงนโยบายครั้งแรกที่ทำให้ไทยเริ่มมีทิศทางเรื่องลดก๊าซเรือนกระจก แต่ก็ยังตั้งไว้ไม่เข้มมาก และอิงกับสถานการณ์สมมติซึ่งมีความผันผวนและประเมินให้ใกล้เคียงกับความจริงได้ยาก
NDC 2.0 : เขย่งเป้าลดก๊าซให้สูงขึ้นอีก
ต่อมาในปี 2022 ไทยก็ปรับเป้าให้เข้มข้นขึ้นเป็น “ลดก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อย 30–40% ภายในปี 2030” แทน แต่ยังคงใช้วิธีเปรียบกับ BAU อยู่เช่นเดิม
NDC 3.0 : ไทยเปลี่ยนมาใช้ Absolute Target
จนกระทั่งปี 2025 ไทยก็ได้ปรับเป้าหมายอีกครั้ง คราวนี้หาก NDC 2.0 เปรียบเสมือนแค่การเข้าแข่งขันซีเกมส์ NDC 3.0 ก็คงเรียกได้ว่าเป็นการเข้าร่วมมหกรรมกีฬาโอลิมปิก เพราะได้เปลี่ยนจาก “ลดเทียบกับ BAU” เป็นการตั้งเป้าแบบ “ลดจากปีฐานจริง (Absolute Target)” แทน
ลดก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อย 47% ภายในปี 2035 เทียบกับปีฐาน 2019
การตั้งเป้าแบบสัมบูรณ์ หรือ “Absolute Target” คือการตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจกที่เข้มงวดขึ้นขั้นสุด เพราะไม่ใช่การเทียบกับเส้นสมมติหรือ BAU อีกต่อไป แต่เป็นการ “ผูกมัด” กับตัวเลขจริงจาก “ปีฐาน (Base Year)” ที่เกิดขึ้นแล้วในความเป็นจริง ดังนั้นการบอกว่า “ลดเทียบกับปีฐาน” จึงคล้ายกับการบอกว่า
“โอ้โห! ปีนี้ประเทศเราปล่อยก๊าซเยอะขนาดนี้เชียว ปีต่อ ๆ ไปเราจะต้องช่วยกันปล่อยให้น้อยลงกว่าเดิมให้ได้เลย!”
ดังนั้นตั้งเป้าแบบนี้จึงต่างกับแบบเก่าตรงที่สามารถวัดว่ามีการลดได้จริง ๆ จากข้อมูลปีฐานตั้งต้น ผลก็คือประเทศไทยจะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิลงอย่างน้อย 135.2 ล้านตันคาร์บอนเทียบเท่าจากปีฐาน 2019 (ลดลง 47%) ให้เหลือการปล่อยเพียงแค่ 152 ล้านตันคาร์บอนเทียบเท่าในปี 2035 โดยอนุญาตให้ตนเองตัวเองมีปริมาณการปล่อยออกมาได้สูงสุดแค่ก่อนปี 2030 แต่หลังจากนั้นแล้ว ต้องเร่งลดการปล่อยก๊าซให้ได้ตามเป้าเท่านั้น
ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ประเทศไทยยังประกาศเพิ่มเติมว่าจะ “เลื่อนการมุ่งสู่ Net Zero ให้เร็วขึ้นกว่าเดิม 15 ปี จากเดิมกำหนดที่ปี 2065 ให้กลายเป็น ปี 2050 แทน” เสมือนติดเครื่องยนต์จรวดเพื่อตามประเทศอื่น ๆ ในโลกให้ทัน
จุดยืนของไทยเทียบกับประเทศอื่น ๆ
เราลองมาสำรวจกันดีกว่าว่าเมื่อนานาประเทศต่างประกาศเป้าหมายใหม่แล้ว ไทยเรากำลังยืนอยู่ตรงจุดไหนบนเวทีโลก โดยขอเริ่มต้นจากกลุ่มประเทศมหาอำนาจ G7 (Group of Seven) ก่อนเป็นอันดับแรก:

จะเห็นได้ว่าประเทศมหาอำนาจเหล่านี้ต่างประกาศเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก แบบสัมบูรณ์ (Absolute Target) แบบจัดเต็ม โดยส่วนใหญ่ตั้งเป้าลดมากกว่า 50% ภายในปี 2035 สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความรับผิดชอบต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศของผู้นำโลก โดยเฉพาะ เยอรมนี ที่ประกาศเป้าหมาย Net Zero ในปี 2045 เร็วกว่าประเทศส่วนใหญ่ในโลกถึง 5 ปี ทำให้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความคืบหน้าด้านสภาพภูมิอากาศเร็วที่สุด
ในขณะเดียวกันก็มีบางประเทศที่ทิศทางนโยบายมีความผันผวนพอให้ใจหายใจคว่ำได้อยู่เป็นระยะ ๆ ราวกับนั่งรถไฟเหาะ อย่าง สหรัฐอเมริกา ที่เคยถอนตัวจากข้อตกลงปารีสไปเมื่อปี 2020 ภายใต้การบริหารของ โดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนจะกลับเข้าร่วมในรัฐบาลของ โจ ไบเดน ปี 2021 และล่าสุดก็ได้ประกาศว่าจะถอนตัวจาก IPCC อีกครั้งในเดือนมกราคม 2026 ทำเอาประเทศทั่วโลกต่างต้องตั้งคำถามกันเบา ๆ ว่า
“ตกลงเราจะช่วยกันรักษาอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5°C ด้วยกันใช่ไหมนะ? ใช่ไหมนะ??”
คราวนี้เราลองมาดูเป้าหมายของไทยเรา โดยเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนกันบ้าง:

เมื่อวิเคราะห์ภาพรวมของเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศในอาเซียน จะพบว่าประเทศไทยนี่แหละเป็นประเทศแรกในภูมิภาคที่ประกาศใช้เป้าหมายแบบ Absolute Target อย่างเป็นทางการใน NDC 3.0 และถือเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญอีกด้วย เพราะประเทศส่วนใหญ่ในอาเซียนยังคงใช้เป้าหมายเทียบกับ BAU หรือใช้เพียงการตั้งเพดานการปล่อย (Emissions Cap) เท่านั้น
แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นต่อไปในประเทศไทย
เมื่อไทยประกาศเป้าที่เข้มข้นขึ้นแบบนี้ สิ่งที่ตามมาแน่นอนคือ มาตรการและกฎหมาย ที่จะถูกผลักดันเข้ามาเรื่อย ๆ เพื่อให้ประเทศเดินถึงเป้าจริง:
พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีโอกาสบังคับใช้รวดเร็วขึ้น
มาตรการ กำหนดราคาคาร์บอน สิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ ภาษีคาร์บอน จะถูกผลักดันเข้ามา ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานของผู้ประกอบการอาจเพิ่มขึ้น
การควบคุม ห่วงโซ่อุปทาน จะเข้มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่มีการนำเข้าและส่งออก
เทคโนโลยีพลังงานสะอาด จะได้รับการลงทุนและผลักดัน ในขณะที่ เชื้อเพลิงฟอสซิล จะถูกลดการใช้ลงเรื่อย ๆ
การเปิดเผยข้อมูลก๊าซเรือนกระจก (GHG Inventory) จะกลายเป็นมาตรฐานบังคับในหลายอุตสาหกรรม
แพลตฟอร์มกลางจัดเก็บข้อมูลก๊าซเรือนกระจกของประเทศและระบบติดตามผล (NDC Tracking System) จะถูกพัฒนาขึ้น
ภาคธุรกิจต้องทำ Climate Transition Plan มากขึ้น เพื่อให้สอดรับกับเป้าหมายของประเทศ
สรุปคือ
“เราไม่ได้มาเล่น ๆ ”
การประกาศ NDC 3.0 จึงเท่ากับว่า ไทยกำลังปรับโหมดประเทศเข้าสู่การลดการปล่อยก๊าซแบบจริงจัง พร้อมวางรากฐานสำคัญสู่ Net Zero ในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า ทำให้ในอนาคต ทุกองค์กรจะต้องเริ่มวัด เริ่มตั้งเป้าหมาย เริ่มลด และเริ่มรายงานก๊าซเรือนกระจกแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้
รายการอ้างอิง
กรมประชาสัมพันธ์. (2568). ครม. เห็นชอบ ยกระดับ NDC 3.0 เร่งขับเคลื่อน Net Zero 2050 ลดการปล่อย
ก๊าซเรือนกระจกของไทย.
สิรินาฏ ศิริสุนทร. (2568). การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ: NDC ฉบับใหม่ของไทยเข้มข้นแค่ไหน?
Bartlett, E. (2025). U.S. pulled out of the Paris Agreement: Expert explains pitfalls of promise
of global climate treaty. https://news.bryant.edu/us-pulled-out-paris-agreement-
NDC Partnership. (n.d.). Country action: Nationally determined contributions (NDCs).
Retrieved [December 15, 2025], from https://ndcpartnership.org/country-action


Comments